วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สะสมมาตั้งนาน

สะสมมาตั้งนาน
       สะสมมาเรื่อยๆ เก็บทีละใบ สองใบ เป็นคนที่ชอบสะสมธนบัตรเป็นชีวิตจิตใจ เจอแบงก์แบบไหนต้องหยิบขึ้นมาส่องดูและสำรวจตัวเลข ถ้าพบเลขที่สวยก็จะเก็บไว้ ชอบทำแบบนี้มาโดยตลอด แล้วจะสะสมไปตลอด ตามกำลังความสามารถที่มีเงินแลกเปลี่ยน สะสมแล้วใจมีความสุขที่ได้สะสมธนบัตร
 
ปราโมทย์ โชติช่วง ณ ราชบุรี

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สะสม

สะสมเหรียญ เริ่มต้นอย่างไรดี

       การสะสมเหรียญ ไม่ว่าจะเป็นสะสมเหรียญที่ระลึก เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนทั้งยุคเก่าและยุคปัจจุบัน เป็นที่นิยมกว้างขวางมากขึ้นในที่นี้จะพูดถึงเฉพาะการสะสมเหรียญกษาปณ์ในยุคปัจจุบันเท่านั้น เพราะการสะสมเหรียญในยุคก่อนจะต้องศึกษาหาความรู้อีกมาก รวมทั้งราคาสูงและมีของปลอมอยู่มากด้วย
เหรียญในปัจจุบันพอจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
 
1. เหรียญกษาปณ์ คือ เหรียญที่มีราคาอยู่บนหน้าเหรียญ ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1.1 เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน คือ เหรียญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มีราคา 1/5/10/25/50 สตางค์ 1/2/5/10 บาท
1.2 เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก คือ เหรียญที่ผลิตขึ้นในโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีหลายราคาตั้งแต่ 1 สตางค์ ถึง 16,000 บาท และมีทั้งชนิดไม่ขัดเงา และ ขัดเงา(รวม หนาพิเศษ/โฮโลแกรม/ลงสี)
การสะสมเหรียญเงินและเหรียญทองคำ ต้องใช้เงินสูงมาก ถ้าจะสะสมควรเริ่มจากเหรียญออกใหม่ที่แลกได้ในราคาจ่ายแลกก่อน แล้วจึงค่อยตามหาเหรียญอื่น ๆ ตามกำลังต่อไป
ส่วนเหรียญขัดเงา นอกจากผลิตน้อย หายาก ราคาสูงแล้ว ยังเก็บรักษายากกว่าเหรียญไม่ขัดเงาอีกด้วย แต่เหรียญขัดเงาก็มีความสวยงามกว่า
สำหรับเหรียญหมุนเวียน ส่วนใหญ่ก็ยังมีราคาไม่สูงนัก เนื่องจากจำนวนผลิตมาก ก็ค่อย ๆ เก็บจากเหรียญที่ผลิตใหม่ก่อน แล้วค่อยตามหาเหรียญเก่า ๆ ต่อไป
อย่าลืมว่าเหรียญใหม่ ๆ มีออกมาอยู่เรื่อย ๆ และ เราอาจจะเจอเหรียญที่ตามหาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ ออมเงินเผื่อไว้เป็นการล่วงหน้าเสมอ
หาซื้อเหรียญได้ที่ไหน
สำนักกษาปณ์มีบริการ จำหน่ายเหรียญที่ระลึก หน่วยงานแลกเหรียญ 
ราคาตลาดของเหรียญ
พอจะแบ่ง "ราคา" ออกได้เป็น
ราคาหน้าเหรียญ คือราคาที่ปรากฎอยู่บนเหรียญ เป็นมูลค่าที่กฎหมายรับรองให้ใช้ชำระหนี้ได้
ราคาจ่ายแลก คือราคาที่ทางราชการนำออกให้ประชาชนแลก โดยปกติจะจ่ายแลกในราคาหน้าเหรียญ ยกเว้นเหรียญขัดเงา จะจ่ายแลกในราคาสูงกว่าราคาหน้าเหรียญ แต่ก็ใช้ชำระหนี้ได้เพียงราคาหน้าเหรียญเท่านั้น
ราคาตลาด คือราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาด มักจะมีราคาสูงกว่าราคาจ่ายแลก
ราคาที่แสดงไว้ เป็นราคาตลาดโดยประมาณเท่านั้น ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
 
ปราโมทย์ โชติช่วง ณ ราชบุรี





ประวัติหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี


วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สะสมไปเรื่อยๆ

สะสมไปเรื่อยๆ
        เก็บที่ละเล็กทีละน้อย สะสมไปเรื่อยๆตามประสาคนที่ชอบสะสม เวลาเอ่ยถึงการเก็บสะสม ไม่ว่าจะเป็นการสะสมของที่ระลึก หรือของมีค่า เรามักนึกถึงการเก็บสะสมภาพวาด ตุ๊กตา เครื่องลายคราม เครื่องแก้ว ของเล่น อัญมณี ธนบัตร แสตมป์ หรือพระพุทธรูป ฯลฯ สำหรับคนที่ชอบเก็บสะสม เขาก็มักพบว่า เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ปริมาณของที่ตนสะสมก็ยิ่งเพิ่มมาก จนต้องมีตู้เก็บหรือสถานที่เก็บ เพื่อให้เพื่อนฝูงเห็นความมุ่งมั่นและความมีฐานะของตน ซึ่งอาจทำให้คนดูรู้สึกชื่นชม หรือตื่นเต้นในความมี "รสนิยม" ของตนก็ได้
      ในกรณีสงครามสมัยโบราณที่มีการสู้รบกัน เมื่อสงครามสงบกษัตริย์ฝ่ายพิชิตจะขนสมบัติของฝ่ายปราชัยไปเก็บสะสม ดังที่ Napoleon ทรงกระทำ เมื่อพระองค์ทรงยึดครองอิตาลีได้ในปี 2339 จึงทรงขนโบราณวัตถุหลายชิ้นไปปารีส เพื่อทำให้ปารีสเป็นศูนย์กลางอารยธรรมของโลก ส่วนฟาโรห์ Ptolemy แห่งอียิปต์ เมื่อต้องการจะแสดงความเป็นอารยะของชาติ ได้ทรงโปรดให้สร้างห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นที่เมือง Alexandria เพราะห้องสมุดนี้เก็บสะสมหนังสือ ตำราและเอกสารมากมาย ชนเผ่า Aztec ที่เมือง Tenochitlan ก็ชอบเก็บสะสมกะโหลกศีรษะคน โดยนำกะโหลกของเหยื่อมาวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบในห้อง เพื่อแสดงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่นั้น ชาวเขมรแดงก็ชอบเรียงรายกะโหลกของศัตรูที่ตนสังหาร เพื่อให้คนที่เห็นรู้สึกขยาดหวาดกลัวนายพรานสมัครเล่นบางคนที่ชอบล่าสัตว์ ก็มักนำศีรษะสัตว์ที่ตนล่าได้มาวางแสดงในห้องรับแขก เพื่อแสดงความสามารถในการยิงปืนของตนเอง เป็นต้น
        นักจิตวิทยาได้ให้ความสนใจเรื่องนิสัยการเก็บสะสมของคนมานานพอสมควรแล้ว โดยได้ตั้งคำถามเช่นว่า เหตุใดคนเราจึงชอบเก็บสะสมและการเก็บสะสมมีผลดีหรือผลร้ายอย่างไรบ้าง และในกรณีที่ความต้องการอยากมีสิ่งนั้น สิ่งนี้มากจนเกินความพอดี ความรู้สึกเช่นนี้อาจผลักดันให้คนกระทำโจรกรรมทรัพย์สมบัตินั้นๆ มาครอบครอง หรือในกรณีของคนที่เก็บสะสมสิ่งของน่ากลัว เช่น กะโหลกศีรษะ ฯลฯ ซึ่งถึงแม้จะวางเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ก็มีความน่ากลัว และน่าคิดในแง่ลบในขณะเดียวกันด้วย เหล่านี้คือประเด็นที่นักจิตวิทยาสนใจใคร่ศึกษา     
        ตามปกติถ้าคนที่เก็บสะสมของเป็นคุณระเบียบที่เก็บของทุกชนิดอย่างมีระบบ และวางสิ่งต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ ปัญหาก็ไม่น่าจะมี แต่นักจิตวิทยาได้พบว่า โลกนี้มีคนบางคนที่ชอบเก็บสะสมของทุกชนิด ไม่ว่าของชิ้นนั้นจะแพงหรือถูก ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่มีคือเก็บสะสมทั้งนั้น โดยนำมาวางกองในห้องนอนหรือห้องส่วนตัวอย่างไม่เป็นระเบียบ และกองเป็นพะเนินจนห้องเก็บแทบไม่มีพื้นที่จะเดินเลย เพราะห้องเต็มไปด้วยเศษกระดาษ หนังสือพิมพ์เก่าๆ จาน ชาม ของเล่นตั้งแต่สมัยเจ้าของห้องยังเป็นเด็ก ไม้เทนนิสเก่า จดหมายเก่า รองเท้าเก่า วิทยุที่เสียแล้ว กระเป๋าถือ ตุ๊กตา ปากกา ดินสอ แปรงสีฟัน ฯลฯ จนบริเวณเดียวในห้องที่พอนั่งได้คือ เตียงของเจ้าของห้องเท่านั้น
              ปราโมทย์ โชติช่วง ณ ราชบุรี

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธนบัตรที่ระลึก 70 บาท


สมาธิ สติ ปัญญา

สมาธิ สติ ปัญญา
       
 ผู้ปฏิบัติธรรมต้องทำความเข้าใจหน้าที่ของ สติ สมาธิ ปัญญา ก่อนก็จะพอบรรเทาในการกำหนดภาวนา ตามหลักของการปฏิบัติกรรมฐานนั้นๆ เพื่อบรรเทาการดำรงจิตไว้อย่างไม่ถูกต้องในการปฏิบัติธรรม ดังนี้.

     1. สติ มีหน้าที่ กั่น หรือดักกระแสสภาวะที่ปรากฏ ที่เป็นปัจจุบันขณะๆ หรือทันปัจจุบันนั้นเอง
     2. สมาธิ มีหน้าที่ จับ หรือหยุด หรือใจเป็นหนึ่งขึ้น กับกระแสสภาวะที่ปรากฏ
     3. ปัญญา มีหน้าที่ ปล่อย, วาง, คลาย, ตัด, หรือ ดับ สภาวธรรมที่ปรากฏ

ปราโมทย์ โชติช่วง


        เมื่อสะสมมากๆ เข้า ก็จะกลายเป็นยึดมั่นไปเองแบบไม่รู้ตัว สติ สมาธิ ปัญญา ก็ไม่เจริญขึ้นตามที่ควร แต่จะกลาย   เป็นความเคร่งความเครียดที่เกิดกับตนเองจนเกิดการติดตามหลอกหลอนตนเอง จนไม่กล้าปฏิบัติธรรม หรือ ปฏิบัติตามตัณหาแบบไม่อยากมีไม่อยากเป็นเมื่อเกิดทุกข์ไม่ว่าจากสิ่งแวดล้อมหรือสภาวะรอบข้างกดดันหรือเกิดจากกิเลสตนเองภายในกดดัน แบบกำปั่นทุบดิน ซึ่งจะมีทุกข์ที่ทวีคูณมากขึ้นเป็นเสียส่วนมาก เป็นเพราะการดำรงจิตไว้อย่างไม่ถูกต้องนั้นเอง
       สมาธิ" ความตั้งใจมั่น"ปัญญา" ความรอบรู้ เป็นคนละอย่าง ชื่อมันศีล สมาธิ ปัญญาแต่ว่าสิ่งทั้ง ๓ นี้ ไม่เคยทิ้งกันสักครั้ง มันเกาะเกี่ยวกันอยู่เสมอเหมือนกับรสมันเฝื่อน มันขมมันขื่นนั่นแหละ แต่ว่าความเอร็ดอร่อยมันกลมเกลียวกันอยู่ มันไม่ได้ไปไหน ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี "ศีล" มันก็เรื่องกายกับวาจา "สมาธิ" กับ "ปัญญา" มันก็เรื่องจิต มันก็มี "กาย" กับ "จิต" นั่นแหละคนเรา รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณก็ว่าไปเฉยๆหรอก สิ่งเหล่านี้มันก็ออกมาจากกายกับจิตเท่านั้น ฉะนั้นเมื่อรวมแล้ว คนเรานั้นก็มีกายกับจิตอย่าไปคิดอะไรให้มันมากมายเกินไปกว่านี้